- Back to Home »
- การ์ตูน »
- [การ์ตูน] 5 พระเอกนักกีฬาในการ์ตูนญีปุ่นมีอยู่จริง!!!
Posted by : Unknown
27/2/57
คนที่ 1 อิจิโร่ ซูซูกิ (铃木一朗) กับ ฮิเดโอะ ทาจิบานะ (橘英雄) จาก H2
H2 เป็นการ์ตูนที่เกี่ยวกับกีฬาเบสบอลโดยมีตัวเอกอย่างฮิเดโอะ ทาจิบานะ ซึ่งเป็นเด็กผู้ชายที่หล่อและใจดีซำยังมีความสามารถเป็นถึงแบตเตอร์มือหนึ่งในระดับเยาวชน จึงเป็นตัวละครที่เพอเฟคและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง…
ปี 2012 ได้มีข่าวสะเทือนวงการกีฬาญี่ปุ่น เมื่ออิจิโร่ ซูซูกิ นักเบสบอลมืออาชีพสัญชาติญี่ปุ่นที่เล่นอยู่ในลีคส์ MLB ของอเมริกาสามารถทำสถิติ Hit สูงสุดได้ จนถูกดึงเข้าไปร่วมทีมดังอย่าง “นิวยอร์คแยงกี้”
อิจิโร่เริ่มเล่นเบสบอลลีคส์ตังแต่เด็กๆและค่อยๆไต่ขึ้นมาเป็นแถวหน้าในระดับไฮสคูล จนปี 1995 เขาได้พาทีม Blue wave เข้ารอบไปแข่งระดับแปซิฟิคได้ในรอบ 12 ปีและทำผลงานได้ดีอย่างน่าตกใจจนได้รับฉายาว่า “เครื่องจักรผลิต Hit” เมื่อเขาได้เข้าไปเล่นในลีคส์ MLB ของอเมริกาก็สามารถทำสถิติจำนวน HIT สูงสุดที่ 262 จากเกมทั้งฤดูกาลแข่งขัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีคนทำได้ทั้งในอเมริกาและญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเป็นผู้เล่นคนที่ 7 ในประวัติศาสตร์เบสบอลที่สามารถเก็บ 4,000 Hit ได้จากเบสบอลอาชีพ (ซึ่งเขายังไม่เลิกเล่นจึงสามารถเก็บ HIT เพิ่มไปอีกแน่ๆ)และเป็นผู้เล่นจาก MLB คนแรกที่ได้อยู่ใน HALL OF FAME ของประวัติศาสตร์เบสบอลญี่ปุ่นอีกด้วย
ฮิเดโอะ ทาจิบานะ อาจเป็นตัวละครในการ์ตูนที่เป็นเด็กไฮสคูลผู้มีสวรรค์ในฐานะแบตเตอร์มือฉมัง แต่วันนี้ อิจิโร่ ซูซูกิ เค้าสามารถทำให้ตัวละครนั้นเติบโตขึ้นและกลายเป็นนักกีฬาเบสบอลที่ประสบความสำเร็จที่สุดของญี่ปุ่นได้แล้ว
คนที่ 2 ยูตะ ทาบูเสะ (田臥勇太) กับ ฮานามิจิ ซากุระงิ (桜木花道) จาก Slamdunk
หนึ่งในการ์ตูนกีฬาที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่นที่เด็กผู้ชายยุค 90 ต้องรู้จักกันดี… Slamdunk เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชมรมบาสเก็ตบอลของเด็กมัธยมปลายผมแดงอย่างฮานามิจิ ซากุระงิ ด้วยพรสวรรค์และความพยายามของตัวเองทำให้เขามีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว และยังเป็นกำลังสำคัญให้ทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียนโชโฮคุโดยการฝึกเล่นบาสเพียงแค่ไม่กี่เดือน ฮานามิจินั้นมีคาแร็กเตอร์ที่ค่อนข้างติ๊งต๊องและขี้โม้ แต่จุดเด่นของเขาคือเป็นคนไม่ยอมแพ้ และอะไรที่เขาทำไม่ได้เขาจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อก้าวไปหามันให้ได้ ในญี่ปุ่นมีชายคนหนึ่งได้รับการขนานนามว่า “ซากุรางิในชีวิตจริง” หรือ “ไมเคิล จอร์แดนแห่งญี่ปุ่น”
ยูตะ ทาบูเสะ เป็นตัวแทนของบาสเก็ตบอลญี่ปุ่นในสายตาชาวโลก ซึ่งเขาได้เข้าร่วมการแข่งขัน NBA ได้เป็นคนแรกของญี่ปุ่น…
ยูตะ เกิดในครอบครัวนักกีฬาแต่เขาเล่นเบสบอลไม่เก่งนักและไม่ค่อยสนใจในกีฬาฟุตบอลด้วย เขาเลยหัดเล่นบาสเก็ตบอลตอนอายุ 9 ขวบ ซึ่งผลงานที่โดดเด่นของเขาคือสามารถพาทีมของโรงเรียนชนะในการแข่งระดับประเทศแบบชนะรวด (ไม่แพ้แม้แต่นัดเดียว) จึงทำให้เขาโด่งดังอย่างมากในวงการบาสเก็ตบอลไฮสคูล… พอจบม.ปลายเขาก็ตัดสินใจไปเรียนต่อที่อเมริกา และได้เข้าร่วมทีมระดับมหาวิทยาลัยที่นั่น หลังจากนั้นก็ได้เป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้ร่วมทีมในลีคส์ NBA และวันแห่งประวัติศาสตร์ก็ได้เกิดขึ้นในปี 2004 เมื่อเขาถูกเปลี่ยนตัวลงสนามและสามารถทำแต้มให้กับทีมได้ถึง 7 แต้มรวมถึงการได้ชูตลูกโทษด้วย จนสื่อต่างๆตีข่าวนี้กันอย่างครึกโครมและทำให้เขากลายเป็น “ชายในวัน Miracle Night ของญี่ปุ่น”
แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศก็รู้ว่าซากุระงิตัวจริงของพวกเค้านั้นคือใคร…
คนที่ 3 เค นิชิโคริ (錦織圭) กับ เรียวมะ เอจิเซน (越前リョーマ) จาก Prince of Tennis
เป็นการ์ตูนเทนนิสไฮสคูลที่ใส่ฉากปล่อยพลังแฟนตาซีลงไปในกีฬาได้อย่างกลมกลืน เป็นเรื่องราวของ เรียวมะ อัจฉริยะนักเทนนิสรุ่นเยาว์ซึ่งเป็นถึงแชมป์รุ่นจูเนียร์ในอเมริกา 4 สมัยซ้อน พ่อของเขาก็เป็นอดีตนักเทนนิสชื่อดังเช่นกัน เขาได้เข้ามาอยู่ในโรงเรียนมัธยมเซซุนและได้พบกับชมรมเทนนิสที่ประกอบไปด้วยสมาชิกที่มีความสามารถอันหลากหลาย จนพาทีมเทนนิสของเซซุนคว้าแชมป์ตัวแทนเขตเพื่อไปแข่งระดับภาค เพื่อไปสู่ระดับประเทศในที่สุด
แม้ความเป็นอัจฉริยะทางด้านเทนนิส เรียวมะ จะเกินจริงไปบ้าง แต่ความเป็นจริงก็พอมีคนที่มีประวัติและช่วงวัยคล้ายๆเขาอยู่เช่นกัน…
เค นิชิโคริ เริ่มฝึกเล่นเทนนิสตั้งแต่อายุ 4 ขวบจนอายุ 15 เขาก็สามารถคว้าแชมป์ ITF จูเนียร์เซอร์กิตของอเมริกาได้ และพออายุ 17 ก็สามารถทำคะแนนรวมสะสมเป็นอันดับ 7 ของโลกในรุ่นจูเนียร์ของอเมริกา และเขาก็ผ่านเข้าสู่การเทิร์นโปรด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น หลังจากเทิร์นโปรได้เขาก็ผ่านเข้าไปเล่นรายการใหญ่ได้ครบทั้ง 4 รายการและเก็บแต้มมาเรื่อยๆ จนในปี 2012 เขาก็สามารถทำอันดับได้ที่ 24 ของโลกและเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย
ความสามารถอันก้าวกระโดดของเขาทำให้เขาโด่งดังมาก และกลายเป็นทอล์ค-ออฟ-เดอะ-ทาวน์ในชั่วข้ามคืนเมื่อเขาสามารถคว่ำมือ 1 ของโลกอย่างโนวัค โยโควิคได้ในปี 2012 และในปี 2013 ก็สร้างปรากฎการณ์อีกครั้งด้วยการคว่ำเฟ็ดเอ็กในมาดริดโอเพ่นหลังจากนั้นก็ให้สัมภาษณ์ว่า “นี่คือหนึ่งในเป้าหมายในชีวิตนักเทนนิสของเขาเลยทีเดียว เพราะเคเอง มี เฟดเดอเรอร์เป็นไอดอล”
เคได้รับฉายาจากสื่อและประชาชนชาวญี่ปุ่นว่า Prince Of Tennis ไม่ว่ามันจะเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องดังหรือไม่ แต่ ณ เวลานี้เมื่อพูดถึงเทนนิสแล้วไม่มีใครไม่คิดถึง เค นิชิโคริแน่นอน
คนที่ 4 โจอิจิโร่ ทะสึโยชิ (辰吉丈一郎) กับ โจ ยาบุกิ (矢吹丈) จาก Ashita no Joe
Ashita no Joe เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับนักมวยคนที่ที่ชื่อ โจ ยาบุกิ ชีวิตของโจเริ่มต้นในสลัมเขาเป็นเด็กกำพร้าที่หนีจากครอบครัวอุปถัมภ์มาอยู่สลัมในโตเกียว จนกระทั่งได้พบกับเจ้าของค่ายมวยภายในชุมชนแออัด จุดเริ่มต้นของชัวินนักมวยจึงเริ่มต้นขึ้น การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนเรื่องแรกๆที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้ในการ์ตูนและกีฬามวยของชาวญี่ปุ่น ด้วยความนิยมอย่างสูงจึงถูกนำไปสร้างเป็นอนิเมชั่นเรื่องยาว และ Ashita no Joe ก็ยังคงเป็นตำนานการ์ตูนของชาวญี่ปุ่นมาจนปัจจุบันนี้
ความโด่งดังของโจได้ให้กำเนิดแชมป์โลกขึ้นมาอีกคน เขาคนนั้นคือ โจอิจิโร่ ทะสึโยชิ……. พ่อของโจอิจิโร่ เป็นแฟนมวยที่ชื่นชอบการ์ตูนเรื่อง Ashita no Joe มาก เขาจึงตั้งชื่อลูกชายของตัวเองว่าโจเพราะอยากให้ลูกได้เป็นแชมป์โลกแบบ โจ ยาบุกิ ในการ์ตูน!!!
โจอิจิโร่เริ่มต้นการชกมวยตั้งแต่เด็ก จนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเขาก็เริ่มต้นชกมวยสมัครเล่นและสามารถติดทีมชาติญี่ปุ่นได้สำเร็จ พออายุ 19 เขาจึงตัดสินใจเทิร์นโปรเพื่อขึ้นต่อยมวยอาชีพ โจอิจิโร่เป็นนักมวยเพียงคนเดียวที่ขึ้นชกด้วยจำนวนน้อยครั้งที่สุดแล้วสามารถคว้าแชมป์โลกได้ โดยเขาขึ้นชกแค่เพียง 8 ครั้งก็คว้าแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวทจาก WBC โดยเอาชนะ เกร็ก ริชาร์ดสัน ยอดมวยจากอเมริกาแบบที่แพ้หมดรูป พี่เลี้ยงของเกร็กถึงขั้นต้องโยนผ้ากันเลยทีเดียว
และนี่ก็คือ โจ ตัวจริงของชาวญี่ปุ่น โจอิจิโร่ ทะสึโยชิ…
คนที่ 5 ชินจิ คากาวะ (香川真司) กับ สึบาสะ โอโซระ (大空翼) จาก Captain Tsubasa
กัปตันซึบาสะเป็นเรื่องราวของเด็กชายชาวญี่ปุ่น สึบาสะ โอโซระ ที่ชอบเล่นฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจจนสามารถพาทีมคว้าแชมป์ระดับประเทศได้ตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นประถม หลังจากนั้นเขาก็ได้พบกับอดีตนักเตะทีมชาติชาวบราซิล โรแบร์โต้ ฮอนโก ผู้ที่ทำให้สึบาสะอยากที่จะก้าวไปสู่ระดับโลกและฝึกฝนตนเองจนสามารถพาทีมมัธยมคว้าแชมป์ระดับประเทศได้ 3 สมัยซ้อน เขาจึงได้ไปแข่งทีมเยาวชนนานาชาติที่ฝรั่งเศส
เรื่่องราวในการ์ตูนจบลงเมื่อสึบาสะสามารถพาทีมบาเซโลน่าคว้าชัยชนะเหนือทีมรีลมาดริด… แต่แน่นอนว่าความฝันไม่มีวันสิ้นสุด ที่ญี่ปุ่นนั้นนอกจากกีฬาเบสบอลแล้ว ยังมีฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬาที่โด่งดังไม่แพ้กัน แต่ก็ยังไม่มีใครที่พอจะเรียกได้ว่าระดับโลกหรือเรียกว่าสึบาสะของชาวญี่ปุ่นได้เลย
จนกระทั่งมาถึงยุคของ ฮิเดโตชิ นากาตะ, ชุนสุเกะ นากามูระ,เคสุเกะ ฮอนดะ และล่าสุดคือ ชินจิ คากาวะ
ชินจิเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 5 ขวบ พออายุ 12 เขาก็มาอยู่กับ FC Miyagi Barcelona สโมสรฟุตบอลที่ตั้งชื่อตามทีมฟุตบอลชื่อดังในสเปน เพราะเชื่อว่าเป็นสโมสรในฝันของเด็กๆหลายคน… พอเขาเรียนจบมัธยมปลายก็ได้รับการทาบทามจากสโมสร Cerezo Osaka ทันที และพออายุ 19 ปีเขาก็ถูกเรียกติดทีมชาติญี่ปุ่น!!!
ปี 2010 ชินจิได้รับข้อเสนอจาก Sport Agency ชื่อดังของอดีตนักเตะชาวเยอรมัน โธมัส โครธ ทำให้เขาได้ย้ายไปเล่นในบุนเดสลีกา กับสโมสรฟุตบอล โบรุซเซีย ดอร์ทมุนต์ในที่สุด เขาทำผลงานได้ดีกับดอร์ทมุนต์และยังเป็นผู้เล่นคนสำคัญในทีมชาติญี่ปุ่นไปพร้อมๆกันด้วย ด้วยฟอร์มการเล่นอันแสนโดดเด่นกับดอร์ทมุนต์ ทำให้คากาวะกลายเ็ป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก…
หลังจากคว้าแชมป์บุนเดสลีกาให้ดอร์ทมุนต์มา 2 ฤดูกาลติด ชินจิก็ได้รับโอกาสครั้งใหม่ในชีวิตด้วยการย้ายอยู่ในรังโอลด์แทรฟฟอร์ดของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในปี 2012 สโมสรที่มีแฟนบอลหลายร้อยล้านคนทั่วโลก และนั่นทำให้ชินจิเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ
ชินจิได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ในยุโรปผลการแข่งขันเพียงนัดเดียว อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้เล่นบางคนไปตลอดเลยก็ได้” แต่สำหรับตัวเขาแล้ว “My Chance will come”
Credit : http://anngle.org/th/j-entertainment
